ใกล้วันสุดท้าย ของเดือนแห่งความรัก
แต่ผมเชื่อว่า หลายๆความรักของคนหลายๆคน ก็ยังคงเดินต่อไป
 
บางครั้งผมก็แอบสงสัยว่า เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนแห่งความรักจริงหรือ ??
หรือมันสมควรเรียกว่า เดือนแห่งคนรัก ??
 
ผมเห็นบางคน อยากให้เดือนนี้ อยากให้วาเลนไทน์นี้ผ่านพันไปเร็วๆ
แต่ผมว่าลึกๆแล้ว คนเหล่านั้น ไม่ได้ไม่มีความรักหรอกครับ 
ผมว่าเขามี และ อาจจะมีมากกว่าคนอื่นๆเสียด้วยซ้ำ
แต่เขาเพียงแค่ ขาดคนที่จะยืนข้างๆ ขาดคนพิเศษ ขาดคนที่เขาอยากจะมอบความรักที่อัดอั้นเหล่านั้นให้มากกว่า
 
มีคนมากมายป่าวประกาศ ว่า ไม่เอาแล้วความรัก เข็ดแล้วกับการผิดหวัง เบื่อแล้วกับการเสียใจ ท้อแล้วกับการรอคอย
ผมว่าคนเราจริงๆแล้ว ไม่ได้เข็ดกับความรักหรอกครับ จริงๆแล้วคนเราเข็ดกับความ ไม่รักมากกว่า 
ความรัก ทำให้เรามีความสุข - ความไม่รัก ทำให้เรามีึความทุกข์
ความรัก ทำให้่เรามีความหวัง - ความไม่รัก ทำให้เราสูญเสียความหวังไป
ความรัก ทำให้การรอคอยเป็นเรื่องน่ารัก - ความไม่รัก ทำให้การรอคอยเป็นเรื่องน่าเบื่อ
 
ผมเชื่อ ว่าทุกๆคนก็ต่างมีมุมมอง ความรัก ในแบบฉบับของตนเอง
บางคนมี ยี่สิบฉบับ บางคนมีเป็นร้อยๆฉบับ บ้างพันๆฉบับ
แต่ทุกๆฉบับ ก็ถูกส่งมาจากความรัก จริงไหมครับ
แบบฉบับมากมายมีความรัก เป็นผู้ส่งให้ มีความรักเป็นผู้สอนให้
จึงอยู่ที่ตัวของเราแล้วล่ะครับ ที่จะรับจดหมายเหล่านั้น และ เปิดอ่านทำความเข้าใจกับมันอย่างไร
 
เมื่อเราต่างมีแบบฉบับเป็นของตัวเอง
ก็อย่าลืมตีพิมพ์ แบบฉบับความรักเหล่านั้น ให้คนรอบๆตัวคุณได้สัมผัสถึงความรักที่คุณมี 
ให้เขาได้รู้ถึงการมีอยู่ของความรักดีๆที่มาจากคุณ
สำนักพิมพ์ความรัก
 
-----------------------------------------
 
 
 
 
 

edit @ 27 Feb 2012 21:43:31 by Summer In November

edit @ 27 Feb 2012 21:46:23 by Summer In November

ความเงียบของพ่อ

posted on 18 Feb 2012 22:37 by tayvictor
ตั้งแต่ จำความได้
ผมก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาใจดีคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆผมมาตลอด
เขาคอยทำดีกับผม คอยซื้อของดีๆให้กับผม คอยหาสิ่งดีๆที่สุดเท่าที่คนอย่างเขาจะหาได้ให้แก่ผมตลอด คอยไปส่งผมที่โรงเรียนก่อนที่เขาจะไปทำงานทุกวัน
มันนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้แต่ที่รู้ตอนนี้ผมเก่งกว่าเขา เพราะผมยกของหนักๆได้มากกว่าเขา :D
เป็นความภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้ทำอะไรหนักๆเพื่อเขาได้บ้าง
ครับคนๆนั้นคือ พ่อ
 
ตั้งแต่เด็กสิ่งที่ผมรู้ คือ พ่อไม่ค่อยพูด
จนผมลืมไปแล้วว่า เราเคยพูดกันมากๆหัวเราะกันมากๆตอนไหน
ผมจำำได้ดี พ่อเคยตีผมแค่ 2ครั้งในชีวิต
พ่อแทบจะไม่เคยสอนผมเลยในทุกครั้งที่ผมทำผิด พ่อเงียบและมองผม
พ่อมองผมอยู่อย่างนั้น
 
ความผิดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตคนอย่างผม
น่าจะเป็น การเป็นหัวขโมยหนังสือในสัปดาห์หนังสือที่โรงเรียนตอนป.5
ครับผมเป็นหัวขโมย ผมโดนปรับเงิน10เท่าของค่าหนังสืิอ
พ่อมาส่งผมที่โรงเรียน และจ่ายค่าปรับให้ผม
ผมนั่งน้ำตาซึมร้องไห้ ตอนที่พ่อฟังคุณครูพูดถึงผม
ผมไม่กล้ามองหน้าพ่อด้วยซ้ำในตอนนั้น
เราทั้งคู่เดินออกมา
พ่อมองผมเงียบๆ พ่อมองผมอยู่อย่างนั้น
พ่อเอื่อมมาโอบไหล่ผมเดินออกมาจากห้องนั้น
และบอกผมสั้นๆ ว่า ไม่เป็นไรลูก ช่างมัน
 
ผมได้แต่นิ่งเงียบ ผมนิ่งเงียบไม่กล้ามองหน้าพ่อด้วยซ้ำ
เพราะผมไม่รู้จะพูดอะไรกับพ่อ
ผมกับพ่อ ไ้ม่ค่อยได้พูดอะไรกันมากอยู่แ้ล้วตั้งแต่เด็ก
ไม่ใช่เพราะเราไม่ถูกกัน
แต่เป็นนิสัยของพ่อมากกว่า
ผมออกจะเป็นคนพูดมากเสียด้วยซ้ำ แต่เวลาอยู่กับพ่อผมกลายเป็นคนเงียบขึ้นมาทันที
 
ผมไม่รู้ว่าผมเป็นคนที่ดีไหม ทุกวันนี้
ทุกวันนี้ เราก็ยังพูดกันน้อยเหมือนเมื่อก่อน
แต่เราคุยกันทุกวัน ผมโทรหาเขาทุกวันก่อนที่เขาจะเข้านอน
เพราะผมคิดว่ามันคงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ผมและเขาได้คุยกันมากขึ้น
 
ผมจำไม่ได้แล้วว่าพ่อกับผม เราหัวเราะกันล่าสุดตอนไหน
แต่ผมอยากจะบอกว่า
ความเงียบของพ่อทุกครั้ง มันเป็นคำสอนที่ดังก้องอยู่ในใจผมเสมอ
มันดังก้องว่า ผมจะไม่ทำให้พ่อเสียใจอีก
ผมรู้ว่าพ่อเสียใจแต่พ่อไม่เคยด่าว่าผม
ผมรู้ว่าพ่้อเสียใจ แต่พ่อก็ยังอดทนเก็บมันไว้เสมอ
แต่พ่อครับ พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ
ทุกครั้งที่ผมทำผิด ทุกครั้งที่ผมทำสิ่งไม่ดี ที่ทำให้พ่อต้องเสียใจ
"ผมด่าตัวเองแทนพ่อเสมอว่า" ผมจะไม่ทำผิดซ้ำแล้วอีก
 
รักพ่อเสมอ
ผมรู้พ่อไม่เคยได้ยินมัน
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 19 Feb 2012 01:11:20 by Summer In November

หน้าตา ความทรงจำ

posted on 05 Feb 2012 22:05 by tayvictor

ความทรงจำ กับ ความจำ

ว่ากันว่า เรื่องราวที่น่าจดจำ หรือ น่าประทับใจที่สุด อาจเกิดขึ้นได้ในวันที่ดูธรรมดาๆที่สุด วันหนึ่งก็ได้
ผมว่าคงจะจริงอย่างนั้น
ทุกวันเราพบเจอเรื่องต่างๆมากมาย จำได้บ้างจำไม่ได้บ้าง 

ความทรงจำจึงเป็นสิ่งที่แปลก 
รูปร่างหน้าตาแท้จริงเป็นอย่างไรก็ยากที่จะเดา รู้เพียงว่าคนเรา มักจะเรียกมันว่า "กล่อง" ที่คอยเก็บเหตุการณ์เรื่องราวของเราไว้อย่างเป็นสัดส่วนบ้างไม่เป็นสัดส่วนบ้าง ครับมันถูกเรียกว่า "กล่องความทรงจำ"
 
  คุณเคยสงสัยกับสิ่งเหล่านี้ไหม ระหว่าง"ความทรงจำ"กับ "ความจำ" ว่ามันเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
"ความทรงจำ"
ผมว่าแท้จริงแล้ว คนเราเลือกที่จะจดจำสิ่งต่างต่างไม่ได้ บางครั้งเรายังไม่ทันจดมันลงไปในหัวเลย แต่เราก็กลับจำมันได้เสียแล้ว เรื่องที่คนเราจะมีความทรงจำ มักจะเกี่ยวกับอะไรๆที่ "ที่สุด" 
แรกสุด รักมากที่สุด เจ็บมากที่สุด หรือ คนสุดท้าย  
ผมจึงคิดว่า 
ความทรงจำจึงเป็นสิ่งที่พิืเศษไม่ธรรมดา เพราะถ้ามันธรรมดามันคงไม่มาติดอยู่ในความทรงจำเราหรอก จริงไหม

"ความทรงจำ"เป็นเรื่องพิเศษ ความจำเป็นเรื่อง"ธรรมดา"

"ความจำ"
หากพูดถึงความจำ ผมว่าบางทีมันเป็นเรื่องราวบ้างไม่เป็นเรื่องราวบ้าง มันเป็นอะไีรที่ ตัวเราพยายามบังคับให้มันเข้าไปอยู่ในความทรงจำ ทั้งที่บางทีเราก็ไม่ต้องการเีสียด้วยซ้ำ  
เรื่องบางเรื่องเราพยายามจำ ยัดมันใส่เข้าไปในความจำแค่ไหน แต่สุดท้ายบางครั้งเราก็กลับลืมมันไปเีสียง่ายๆดื้อๆ หรือไม่ลืมมันก็ยากที่จะจดจำมันไว้ให้อยู่นานได้  
เช่น ในเรื่องการเรียน สูตรคณิตศาตร์อันแสนยาว ประวัติศาสตร์ย้อนยุคไปสัก100ปี  เคมี ฟิสิกข์ที่มีแต่สูตรตัวยึกยือๆ ทั้งหลาย
สิ่งเหล่านี้เราพยายาม ยัดมันเข้าใส่ในความทรงจำ แต่สุดท้าย สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในความทรงจำได้อยู่ดี อย่างมากก็ได้เพียงเอาไปวางไว้ข้างๆ"กล่อง"
ไม่ใช่เพราะกล่องความทรงจำของคนเราแคบหรือไม่มีที่ว่างมากพอให้เก็บสิ่งเหล่านี้
ไม่น่าจะเกี่ยว 
 แต่ที่สิ่งเหล่านี้เข้าไปอยู่ใน กล่องความทรงจำไม่ได้ มันเป็นเพราะว่า เรื่องราวที่เราพยายาม จด และ จำ เหล่านี้ มันเป็นเรื่อง"ธรรมดา" ไม่ใช่เรื่อง "พิเศษ" 
คุณเคยได้ยินคำกล่าวนี้ไหม
"สิ่งไหนที่พยายามจำ สิ่งนั้น ไม่สำคัญจริง"
สิ่งที่คนเราพยายามจำ เช่น ความรู้ วิชาต่างๆ ผมว่ามันก็สำคัญนะ แต่ผมก็เห็นด้วยที่มันไม่สำคัญจริงหรือสำคัญไม่พอมากกว่า  
ผมไม่ใช่คนที่เกลียด ความรู้หรือเกลียดการเรียน แต่ผมคิดว่า เราจำสิ่งเหล่านี้ไปเพียงเพื่อ วันหนึ่งเราจะต้องทำงานมีอาชีพ เลี้ยงตัว ผมจึงว่ามันสำคัญ แต่ไม่สำคัญไม่พอ

ความทรงจำ กับ ความจำ จึงเป็นคนละเรื่องกัน ที่มันอยู่ในเรื่องเดียวกัน จะว่าแบบนั้นก็ได้ :)
"ความทรงจำ เป็นเรื่องพิเศษ ความจำเป็นเรื่องธรรมดา"

ความทรงจำ พิเศษตรงไหนคุณรู้ไหม 
ความทรงจำำพิเศษตรงที่ เราเลือกจำมันไม่ได้ เลือกลืมมันไม่ได้ แต่... เราเลือกที่จะคิดถึงมันและไม่คิดถึงมันได้ 

ผมพึ่งนึกได้ถึงความพิเศษอีกข้อหนึ่งของ ความทรงจำ
ที่บอกว่า เราไม่รู้ว่าความทรงจำมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร มีลักษณะเป็นกล่องอย่างที่คนเราชอบเรียกจริงไหม
ผมว่า รูปร่างหน้าตาของความทรงจำแท้จริงแล้วมันก็คือ เรื่องราวทั้งหมดที่เราเก็บมาทั้งชีวิตไงครับ ทั้งที่เราตั้งใจเก็บมันบ้างไม่ตั้งใจบ้าง ทั้งหมดกลายเป็นหน้าตาของความทรงจำ อาจมี เป็นพันๆหน้าหมื่นๆหน้าๆ อยู่ที่เราใช้ชีวิตมามากแค่ไหน 
หน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน หน้าตาความทรงจำในวัยเด็กตอน8ขวบที่น่ารัก หน้าตาความทรงจำตอนที่เราเสียใจเมื่อหมาที่บ้านตายจากเราไป หน้าตาความทรงจำกับชีวิตม.ปลายที่มีเพื่อนที่ดี
ทั้งหมดนี้ผมว่ามันคือหน้าตาของความทรงจำครับ
และผมว่าคนที่เห็นหน้าตาของความทรงจำและรู้จักมันได้ดีที่สุด ก็คือ ตัวเราเอง แต่เป็นตอนที่เราแก่ นะครับ
ถึงวันนั้นเราคงมีความทรงจำที่มากจนนับไมไ่ด้แล้วล่ะครับ 
และถึงวันนั้น เราก็คงรู้จักสิ่งที่เรียกว่า หน้าตาความทรงจำครบทุกหน้า สิ่งที่เราต่างค้นหามาตลอด....

edit @ 5 Feb 2012 22:08:38 by Summer In November

edit @ 5 Feb 2012 22:10:26 by Summer In November